Skip to main content

สำนักงานแรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานการณ์แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา รายปี 2562 (มกราคม – ธันวาคม)

pll_content_description

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและแรงงาน  รายปี 2562 (มกราคม – ธันวาคม) มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทรา

           เศรษฐกิจจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสัญญาณการหดตัว โดยด้านอุปทานหดจากภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมในขณะที่ภาคบริการขยายตัว สำหรับด้านอุปสงค์หดตัวจากการบริโภคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจของจังหวัดหดตัว

         ด้านอุปทาน (การผลิต) ผลผลิตเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ -34.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน        หดตัวอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามปริมาณผลผลิตข้าว มันสำปะหลัง สุกร ไข่ไก่ ยางพารา และกุ้งลดลง เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม  หดตัวร้อยละ -7.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมและจำนวนโรงงานในจังหวัดลดลง ขณะที่ดัชนีภาคบริการที่หดตัวร้อยละ 10.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนและจากจำนวนนักท่องเที่ยว และการจัดเก็บภาษีสถานบริการ (สนามกอล์ฟ) ลดลง

              ด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) มีการหดตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนหดตัวร้อยละ-84.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดขายส่ง ขายปลีกฯ จำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่และจำนวนจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ลดลงดัชนีการลงทุนภาคเอกชนกดตัวร้อยละ -7.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากพื้นที่อนุญาตก่อสร้างทั้งหมดและรถจักรยานต์ที่จดทะเบียนใช้ในการพาณิชย์ จากการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนลดลง

           ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ เท่ากับ 100 เดือนธันวาคม 2562 เท่ากับ 102.62 เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2562 เท่ากับ 102.61 สูงขึ้น ร้อยละ 0.87 ถ้าเทียบเดือนพฤศจิกายน 2561 สูงขึ้น ร้อยละ 0.01 เทียบเฉลี่ย 12 เดือน (มกราคม – ธันวาคม) 2562 กับระยะเดียวกันของปี 2561 สูงขึ้น ร้อยละ 0.71

              การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ มีจำนวน 30 ราย ทุนจดทะเบียน 33.50 ล้านบาท อุตสาหกรรม         มีการจดทะเบียนบุคคลตั้งใหม่มากที่สุด 3 อันดับ คือการก่อสร้าง จำนวน 10 แห่ง (ร้อยละ 33.33) มีเงินลงทุน 7.80 ล้านบาท รองลงมาเป็นการขายส่ง ขายปลีกฯ จำนวน 6 แห่ง (ร้อยละ 20) มีเงินลงทุน 7.80 ล้านบาท และอื่นๆ จำนวน 6 แห่ง (ร้อยละ 20) มีเงินลงทุน 7.40 ล้านบาท

          สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รายปี 2562 (มกราคม – ธันวาคม) พบว่ามีการจดทะเบียนโรงงาน จำนวน 32 โรงงาน มีเงินทุนจดทะเบียน จำนวน 1,238.85 ล้านบาท พนักงาน จำนวน 1,538 คน มีโรงงานอุตสาหกรรม รวม 1,891 แห่ง

        ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2559 เท่ากับ 340,913 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออก  โดยรายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสาขาอุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่ารวม 231,100 ล้านบาท (ร้อยละ 67.79) ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดฉะเชิงเทรา

       ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ปี 2559  เฉลี่ยต่อคนต่อปีเท่ากับ 433 ,400  บาท

สถานการณ์ด้านแรงงาน

       ในไตรมาส 4 ปี 2562 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้อยู่ในวัยทำงาน 681,046 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 435,244 คน  ผู้มีงานทำ 433,756 คน ผู้ว่างงาน 1,489 คน 

       การมีงานทำ  ผู้มีงานทำในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 433,756 คน (ร้อยละ 99.66) ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน ทำงานในภาคเกษตร จำนวน 85,233 คน (ร้อยละ19.65) ทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน 348,523 คน     (ร้อยละ 80.35) โดยทำงานในสาขาการผลิต จำนวน 157,135 คน (ร้อยละ 36.23) รองลงมาคือการขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 49,514 คน (ร้อยละ11.42) และผู้มีงานทำส่วนใหญ่จบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 117,732 คน (ร้อยละ 27.14) รองลงมาคือระดับมหาวิทยาลัย จำนวน 91,193 คน (ร้อยละ 21.02)

       การว่างงาน  จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้ว่างงาน จำนวน 1,489 คน (ร้อยละ 0.22) แยกเป็นชาย จำนวน 1,066 คน หญิง จำนวน 423 คน

      แรงงานนอกระบบ  สำหรับแรงงานนอกระบบ พบว่าในปัจจุบันผู้มีงานทำอยู่ในแรงงานนอกระบบ มีจำนวน 179,703 คน (ร้อยละ 41.43) ของผู้มีงานทำ เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่าแรงงานนอกระบบในภาคการเกษตร ได้แก่ เกษตรกรรม การล่าสัตว์และป่าไม้ จำนวน 76,128 คน (ร้อยละ 17.55)  ส่วนอุตสาหกรรมที่จำนวนแรงงานนอกระบบนอกภาคเกษตรกรรมสูงสุด คือ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ฯ จำนวน 35,606 คน (ร้อยละ 8.21) และแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่การศึกษา อยู่ในระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 48,493 คน (ร้อยละ 11.18)

      การบริการจัดหางานในประเทศ  ในช่วงรายปี 2562 (มกราคม – ธันวาคม) นายจ้าง/สถานประกอบการได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 4,271 อัตรา โดยมีผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 2,912 คน การบรรจุจำนวน 3,891 คน และการบรรจุงานจะมีอัตราบรรจุงาน ต่อตำแหน่งงานว่าง (ร้อยละ 91.10) ส่วนตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษาที่ต้องการสูงสุดคือ ปวช./ปวส.อนุปริญญา มีความต้องการ 1,820 อัตรา (ร้อยละ 42.61) รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษา 1,471 อัตรา (ร้อยละ 34.44) และระดับปริญญาตรี 576 อัตรา (ร้อยละ 13.49) ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่มีการบรรจุงานมากที่สุด คือ อาชีพงานพื้นฐาน 2,561 คน (ร้อยละ 59.96) และอุตสาหกรรมที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด คือ การไฟฟ้า ก๊าช และการปะปา 3,156 อัตรา (ร้อยละ 73.89)

          การทำงานของคนต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานรวม จำนวน 53,042 คน
จำแนกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

  1. คนต่างด้าวตลอดชีพ ได้แก่ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 322 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 จำนวน 0 คน
  2. คนต่างด้าวมาตรา 59 ประเภททั่วไป ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน 1,449 คน
    3. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาที่เข้ามาทำงานตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต้นทาง จำนวน 20,116 คน
  3. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU มติครม. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 MOU ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา กลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Perrmit) จำนวน 905 คน
  4. คนต่างด้าวมาตรา 61 คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวกฎหมายว่าด้วยคน เข้าเมือง ในลักษณะจำเป็นเร่งด่วนจำนวน 61 คน
  5. คนต่างด้าวมาตรา 62 ประเภทส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520) หรือกฎหมายอื่น ได้แก่ พระราชบัญญัตินิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เช่น นักลงทุน ช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ จำนวน 1,212 คน
  6. คนต่างด้าวมาตรา 63/1 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาตทำงาน จำนวน 437 คน
  7.   คนต่างด้าวมาตรา 63/2 กรณีที่รัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรได้ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือยกเว้นให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดไม่ต้องปฎิบัติตามกฎหมายว่าคนเข้าเมือง จำนวน 4,368 คน   
  8. คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติครม.3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) จำนวนทั้งสิ้น 24,494 คน จำแนกเป็นเมียนมา จำนวน 8,728 คน ลาวจำนวน 1,622 คน กัมพูชา จำนวน 14,144 คน

         แรงงานไทยในต่างประเทศ ในช่วงรายปี 2562 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้แจ้งความประสงค์
ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 30 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน 14 คน (ร้อยละ 46.67) รองลงมาเป็นมัธยมศึกษา จำนวน 7 คน (ร้อยละ 23.33) ส่วนวิธีการเดินทางพบว่าประเภท Re – Entry จำนวน 159 คน (ร้อยละ 58.03) รองลงมาเป็นนายจ้างส่งไปฝึกงาน,นายจ้างพาไปทำงาน จำนวน 55 คน           (ร้อยละ 20.07) และเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 5 คน (ร้อยละ 1.83) ส่วนภูมิภาคที่แรงงานไทยไปทำงานส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในภูมิภาคเอเชีย จำนวน 162 คน (ร้อยละ 73.64) ของแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศทั้งหมด

           การพัฒนาศักยภาพแรงงาน สำหรับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน มีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 2,102 คน โดยกลุ่มอาชีพที่ฝึกยกระดับฝีมือสูงสุด คือ ช่างเครื่องกล จำนวน 773 คน (ร้อยละ 36.77)      มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 758 คน (ร้อยละ 36.58) รองลงมาเป็นธุรกิจและบริการ จำนวน 569 คน (ร้อยละ 27.07)           มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 567 คน (ร้อยละ 27.36) และช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ จำนวน 462 คน (ร้อยละ 21.98) มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 450 คน (ร้อยละ 21.72)

           ส่วนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวนทั้งสิ้น 208 คน พบว่าเป็นการทดสอบในกลุ่มอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ จำนวน 181 คน (ร้อยละ 87.02)              มีผู้ผ่านการฝึกการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวน 154 คน (ร้อยละ 85.08) และรองลงมาเป็น            ช่างเครื่องกล จำนวน 27 คน (ร้อยละ 12.98) มีผู้ผ่านการฝึกการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวน 27 คน (ร้อยละ 14.92)

           การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 260 แห่ง มีลูกจ้างผ่านการตรวจ จำนวน 17,952 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบขนาด 50 – 99 คน จำนวน              78 แห่ง (ร้อยละ 30) โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ (ร้อยละ 82.69) ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

         การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ได้ดำเนินการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการประเภทอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 222 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจทั้งสิ้น 19,967 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจมากที่สุดคือสถานประกอบการขนาด 20 – 49 คน จำนวน 99 แห่ง (ร้อยละ 44.59) รองลงมาเป็นสถานประกอบการขนาด 50 – 99 คน จำนวน 41 แห่ง (ร้อยละ 18.47) และขนาดสถานประกอบการ 100 – 299 คน จำนวน 24 แห่ง (ร้อยละ 10.81) โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.74 ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

         การประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน จังหวัดฉะเชิงเทรามีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องมาจากการทำงาน จำนวน 2,413 คน โดยประเภทของความร้ายแรงพบส่วนใหญ่จะหยุดงานไม่เกิน 3 วัน จำนวน 1,653 คน (ร้อยละ68.50) รองลงมาเป็นหยุดงานเกิน 3 วัน จำนวน 750 คน (ร้อยละ 31.08) และตาย จำนวน 10 คน (ร้อย 0.41)

        การเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการแจ้งข้อเรียกร้อง จำนวน 41 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32,005 คน การยุติข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันเอง จำนวน 32 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 29,193 คน การเกิดข้อพิพาทแรงงาน จำนวน 1 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 97 คน และการเกิดข้อเรียกร้องยังไม่ยุติ จำนวน 8 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2,715 คน

การเลิกจ้าง มีสถานประกอบการที่เลิกกิจการทั้งสิ้น จำนวน 16 แห่ง เป็นสถานประกอบการขนาด   1 – 4 คน จำนวน 12 แห่ง ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 10 คน โดยประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างสูงสุด คือการผลิต จำนวน 4 แห่ง (ร้อยละ 64) ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 11 คน (ร้อยละ 19.64)

           การประกันสังคม  พบว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม
จำนวน 21,303 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 952,083 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล จำนวน 1 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน จำนวน 2 แห่ง

           กองทุนประกันสังคม จังหวัดฉะเชิงเทรามีการใช้บริการของกองทุนประกันสังคมประเภทประโยชน์ทดแทน ทั้งสิ้น 120,517 คน พิจารณาตามประเภทของสิทธิประโยชน์ ซึ่งมี 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีว่างงาน สำหรับประเภทประโยชน์ทดแทนต่างๆที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด 3 ลำดับแรกได้แก่ สงเคราะห์บุตร มีผู้ประกันตนใช้บริการ 326,681 ราย รองลงมาได้แก่ เจ็บป่วย 52,940 ราย และกรณีชราภาพ 37,874 ราย

           อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรามีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 330 บาทต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

 

…………………………………..

 

ไฟล์แนบ:

TOP