Skip to main content

สำนักงานแรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานการณ์แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ไตรมาส 3 ปี 2562 (กรกฎาคม – กันยายน)

pll_content_description

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและแรงงาน  ไตรมาส 3 ปี 2562 (กรกฎาคม – กันยายน) มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทรา

                เศรษฐกิจจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสัญญาณการหดตัว โดยด้านอุปทานหดจากภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมในขณะที่ภาคบริการขยายตัว สำหรับด้านอุปสงค์ขยายจากการบริโภคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจของจังหวัดอยู่ในเกณฑ์ดี

              ด้านอุปทาน (การผลิต) ผลผลิตเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ -31.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน หดตัวอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อนจากปริมาณผลผลิตสุกร ไก่ ไข่ไก่ และยางพาราลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -0.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่ดัชนีภาคบริการที่ขยายตัวร้อยละ 2.2         เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน ของปีก่อนและพลิกกลับมาเป็นบวกจากเดือนก่อนจากจำนวนนักท่องเที่ยว และปริมาณการจัดเก็บภาษีสถานบริการ (สนามกอล์ฟ) เพิ่มขึ้น

            ด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) มีการขยายตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 10.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน พลิกกลับมาเป็นบวกจากเดือนก่อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดขายส่ง ขายปลีกฯ และจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวร้อยละ 4.1 จากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น

           ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ เท่ากับ 100 เดือนกันยายน เท่ากับ 102.90 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2562 เท่ากับ 102.80 สูงขึ้น ร้อยละ 0.10 ถ้าเทียบเดือนกันยายน 2561 สูงขึ้น ร้อยละ 0.32 เทียบเฉลี่ย 9 เดือน (มกราคม – กันยายน) 2562 กับระยะเดียวกันของปี 2561 สูงขึ้น ร้อยละ 0.81       

          การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ มีจำนวน 150 ราย ทุนจดทะเบียน 284.61 ล้านบาท อุตสาหกรรม         มีการจดทะเบียนบุคคลตั้งใหม่มากที่สุด 3 อันดับ คือ การขายส่ง ขายปลีกฯ จำนวน 47 แห่ง (ร้อยละ 31.33)  มีเงินลงทุน 77.70 ล้านบาท รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมอื่นๆ จำนวน 25 แห่ง (ร้อยละ 16.67) มีเงินลงทุน 26.80 ล้านบาท และการผลิต จำนวน 23 แห่ง (ร้อยละ 15.33) มีเงินลงทุน 103.25 ล้านบาท

         สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ไตรมาส 3 ปี 2562 (กรกฎาคม – กันยายน) พบว่า มีการจดทะเบียนโรงงาน จำนวน 32 โรงงาน มีเงินทุนจดทะเบียน จำนวน 1,238.85 ล้านบาท พนักงาน จำนวน 1,538 คน มีโรงงานอุตสาหกรรม รวม 1,891 แห่ง

        ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2559 เท่ากับ 340,913 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออก  โดยรายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสาขาอุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่ารวม 231,100 ล้านบาท (ร้อยละ 67.79) ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดฉะเชิงเทรา

       ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ปี 2559  เฉลี่ยต่อคนต่อปีเท่ากับ 433 ,400  บาท

สถานการณ์ด้านแรงงาน

         ในไตรมาส 3 ปี 2562 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้อยู่ในวัยทำงาน 678,480 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 426,024 คน  ผู้มีงานทำ 422,719 คน ผู้ว่างงาน 3,305 คน

        การมีงานทำ  ผู้มีงานทำในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 422,719 คน (ร้อยละ 99.22) ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน ทำงานในภาคเกษตร จำนวน 89,395 คน (ร้อยละ21.15) ทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน 333,324 คน  (ร้อยละ 78.85) โดยทำงานในสาขาการผลิต จำนวน 144,091 คน (ร้อยละ 34.09) รองลงมาคือการขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 59,304 คน (ร้อยละ14.03) และผู้มีงานทำส่วนใหญ่จบการศึกษา   ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 152,692 คน (ร้อยละ 22.51) รองลงมาคือระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 151,837 คน (ร้อยละ 22.38)

         การว่างงาน  จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้ว่างงาน จำนวน 3,305 คน (ร้อยละ 0.78) แยกเป็นชาย จำนวน 1,798 คน หญิง จำนวน 1,507 คน

         แรงงานนอกระบบ  สำหรับแรงงานนอกระบบ พบว่าในปัจจุบันผู้มีงานทำอยู่ในแรงงานนอกระบบมีจำนวน 189,411 คน (ร้อยละ 44.81) ของผู้มีงานทำ เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่าแรงงานนอกระบบในภาคการเกษตร ได้แก่ เกษตรกรรม การล่าสัตว์และป่าไม้ จำนวน 87,059 คน (ร้อยละ 45.96)  ส่วนอุตสาหกรรมที่จำนวนแรงงานนอกระบบนอกภาคเกษตรกรรมสูงสุด คือ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ฯ จำนวน 40,189 คน (ร้อยละ 21.22) และแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่การศึกษา อยู่ในระดับต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 53,612 คน (ร้อยละ 28.30)

        การบริการจัดหางานในประเทศ  ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 (กรกฎาคม – กันยายน) นายจ้าง/สถานประกอบการได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 230 อัตรา โดยมีผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 342 คน การบรรจุจำนวน 926 คน และการบรรจุงานจะมีอัตราบรรจุงาน ต่อตำแหน่งงานว่าง (ร้อยละ 402.61) ส่วนตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษาที่ต้องการสูงสุดคือ ปวช./ปวส.อนุปริญญา มีความต้องการ 88 อัตรา (ร้อยละ 38.26) รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษา 87 อัตรา (ร้อยละ 37.83) และระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า 47 อัตรา (ร้อยละ 20.43) ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่มีการบรรจุงานมากที่สุด คือ อาชีพงานพื้นฐาน 201 คน (ร้อยละ 87.39) และอุตสาหกรรมที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด คือ การผลิต 218 อัตรา (ร้อยละ 94.78)

      การทำงานของคนต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานรวม จำนวน 49,704 คน
จำแนกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

  1. คนต่างด้าวตลอดชีพ ได้แก่ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 322 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 จำนวน 0 คน
  2. คนต่างด้าวมาตรา 59 ประเภททั่วไป ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน 1,454 คน
    3. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาที่เข้ามาทำงานตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต้นทาง จำนวน 16,784 คน
  3. คนต่างด้าวมาตรา 61 คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวกฎหมายว่าด้วยคน เข้าเมือง ในลักษณะจำเป็นเร่งด่วนจำนวน 124 คน
  4. คนต่างด้าวมาตรา 62 ประเภทส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520) หรือกฎหมายอื่น ได้แก่ พระราชบัญญัตินิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เช่น นักลงทุน ช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ จำนวน 1,207 คน
  5. คนต่างด้าวมาตรา 63/1 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาตทำงาน จำนวน 433 คน
  6.   คนต่างด้าวมาตรา 63/2 กรณีที่รัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรได้ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือยกเว้นให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดไม่ต้องปฎิบัติตามกฎหมายว่าคนเข้าเมือง จำนวน 4,243 คน   
  7. คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติครม.3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) จำนวนทั้งสิ้น 25,459 คน จำแนกเป็นเมียนมา จำนวน 9,011 คน ลาวจำนวน 1,746 คน กัมพูชา จำนวน 14,702 คน

         แรงงานไทยในต่างประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2562 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้แจ้งความประสงค์
ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 9 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จำนวน 5 คน (ร้อยละ 55.56) รองลงมาเป็น ปวช.ปวส ปวท. อนุปริญญา จำนวน 2 คน (ร้อยละ 22.22) และประถมศึกษา,ปริญญาตรี จำนวน 1 คน (ร้อยละ 11.11) ส่วนวิธีการเดินทางพบว่าประเภท Re – Entry จำนวน 32 คน (ร้อยละ 94.12) รองลงมาเป็นเดินทางด้วยตนเอง,นายจ้างพาไปฝึกงาน จำนวน 1 คน (ร้อยละ 2.94) ส่วนภูมิภาคที่แรงงานไทยไปทำงานส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในภูมิภาคเอเชีย จำนวน 24 คน (ร้อยละ 70.59) ของแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศทั้งหมด

         การพัฒนาศักยภาพแรงงาน สำหรับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน มีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 93 คน โดยกลุ่มอาชีพที่ฝึกยกระดับฝีมือสูงสุด คือ ธุรกิจและบริการ จำนวน 72 คน (ร้อยละ 77.42) มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 72 คน (ร้อยละ 77.42) รองลงมาช่างเครื่องกล จำนวน 21 คน (ร้อยละ 22.58) มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 21 คน (ร้อยละ 22.58)

           ส่วนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวนทั้งสิ้น 2 คน พบว่าเป็นการทดสอบในกลุ่มอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ทั้ง 2 คน (ร้อยละ 100) มีผู้ผ่านการฝึกการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวน 1 คน (ร้อยละ 50)

           การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 14 แห่ง มีลูกจ้างผ่านการตรวจ จำนวน 1,574 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบขนาด 50 – 99 คน จำนวน 7 แห่ง (ร้อยละ 50) โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ (ร้อยละ 92.86) ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ได้ดำเนินการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการประเภทอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 78 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจทั้งสิ้น 4,887 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจมากที่สุดคือสถานประกอบการขนาด 20 – 49 คน จำนวน 42 แห่ง (ร้อยละ 53.85) รองลงมาเป็นสถานประกอบการขนาด 50 – 99 คน จำนวน 15 แห่ง (ร้อยละ 19.23) และขนาดสถานประกอบการ 10 – 19 คน จำนวน 8 แห่ง (ร้อยละ 10.26) โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.49 ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย

การประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน จังหวัดฉะเชิงเทรามีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องมาจากการทำงาน จำนวน 619 คน โดยประเภทของความร้ายแรงพบส่วนใหญ่จะหยุดงานไม่เกิน 3 วัน จำนวน 440 คน (ร้อยละ71.08) รองลงมาเป็นหยุดงานเกิน 3 วัน จำนวน 178 คน (ร้อยละ 28.76) และตาย จำนวน 1 คน (ร้อย 0.16)

การเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการแจ้งข้อเรียกร้อง จำนวน 4 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5,604 คน การยุติข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันเอง จำนวน 1 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 387 คน การเกิดข้อเรียกร้องยังไม่ยุติ จำนวน 3 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5,217 คน

การเลิกจ้างแรงงาน  สถานประกอบกิจการในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานประกอบการที่เลิกกิจการทั้งสิ้น จำนวน 3 แห่ง ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 25 คน โดยประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างสูงสุด คือ ไฟฟ้า ก๊าช ไอน้ำและระบบการปรับอากาศ จำนวน 1 แห่ง (ร้อยละ 33.33) ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 18 คน (ร้อยละ 72)

           การประกันสังคม  พบว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม
จำนวน 5,337 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 238,328 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล จำนวน 1 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน จำนวน 2 แห่ง

           กองทุนประกันสังคม จังหวัดฉะเชิงเทรามีการใช้บริการของกองทุนประกันสังคมประเภทประโยชน์ทดแทน ทั้งสิ้น 99,814 คน พิจารณาตามประเภทของสิทธิประโยชน์ ซึ่งมี 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีว่างงาน สำหรับประเภทประโยชน์ทดแทนต่างๆ ที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สงเคราะห์บุตร มีผู้ประกันตนใช้บริการ 70,210 ราย รองลงมาได้แก่ กรณีเจ็บป่วย 10,992 ราย และชราภาพ 8,798 ราย

           อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรามีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 325 บาทต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 จนถึงปัจจุบัน

 

…………………………………..

 

 

ไฟล์แนบ:

pll_file_nameรูปเล่มสถานการณ์แรงงาน

ขนาด : 3193.97 kb
สถิติการดาวน์โหลด : ครั้ง
วันที่สร้าง : 12 ธ.ค. 2562
TOP