Skip to main content

สำนักงานแรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานการณ์แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ไตรมาส 3 ปี 2563 (กรกฎาคม – กันยายน)

pll_content_description

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและแรงงาน  ไตรมาส 3 ปี 2563 (กรกฎาคม – กันยายน) มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดฉะเชิงเทรา

           เศรษฐกิจจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสัญญาณหดตัว โดยด้านอุปทานหดตัวจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม สำหรับด้านอุปสงค์หดตัวจากการลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคภาคเอกชน เสถียรภาพเศรษฐกิจของจังหวัดอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานหดตัว

  เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) พบว่า มีสัญญาณหดตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคบริการหดตัว ร้อยละ -17.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากการจัดเก็บภาษีสถานบริการ (สนามกอล์ฟ) และจำนวนนักท่องเที่ยว ลดลง เนื่องจากรัฐบาลประกาศขยายเวลาพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อคุมสถานการณ์และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัว ร้อยละ -12.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนจากจำนวนโรงงานในจังหวัด ทุนจดทะเบียนของอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมลดลงและดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมหดตัว ร้อยละ -2.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามปริมาณผลผลิตกุ้ง ไข่ไก่ สุกร ไก่เนื้อ และยางพารา ลดลง เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง และภาวะฝนทิ้งช่วงระหว่างฤดูกาลเพาะปลูกส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง

เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) พบว่า มีสัญญาณหดตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว ร้อยละ -11.5  เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากพื้นที่อนุญาตก่อสร้างทั้งหมด อีกทั้งรถยนต์ที่จดทะเบียนใช้ในการพาณิชย์ ลดลง และดัชนีการบริโภคภาคเอกชนหดตัว ร้อยละ -8.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดขายส่ง ขายปลีกฯ ลดลง ในขณะที่ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว ร้อยละ 53.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน เพิ่มขึ้น

 

           ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของจังหวัดฉะเชิงเทรา ในปี 2558 เท่ากับ 100 เดือนกันยายน 2563 เท่ากับ102.18 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2563 เท่ากับ 102.29 ลดลง ร้อยละ 0.11 ถ้าเทียบเดือนกันยายน 2562 ลดลง ร้อยละ 0.70 เทียบเฉลี่ย 9 เดือน (มกราคม – กันยายน) 2563 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ลดลง ร้อยละ 0.99

  การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 146 ราย ทุนจดทะเบียน 2,432.16 ล้านบาท อุตสาหกรรมมีการจดทะเบียนบุคคลตั้งใหม่มากที่สุด 3 อันดับ คือ การขายส่ง ขายปลีกฯ จำนวน 51 แห่ง (ร้อยละ 34.93) มีเงินลงทุน 72.10 ล้านบาท รองลง มาเป็นการก่อสร้าง จำนวน 27 แห่ง (ร้อยละ 18.49) มีเงินลงทุน 41.60 ล้านบาท และการผลิต จำนวน 25 แห่ง (ร้อยละ 17.12)   มีเงินลงทุน 2,261.15 ล้านบาท

  สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ไตรมาส 3 ปี 2563 (กรกฎาคม – กันยายน) พบว่า อุตสาหกรรมการผลิตมีการจดทะเบียนโรงงาน จำนวน 24 โรงงาน มีเงินทุนจดทะเบียน จำนวน 6,437.17 ล้านบาท พนักงาน จำนวน 1,432 คน เลิกกิจการ จำนวน 2 โรงงาน เงินทุนจดทะเบียน จำนวน 40.30 ล้านบาท พนักงาน จำนวน 63 คน

 

  ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2560 เท่ากับ 341,116 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ และเป็นอันดับ 4 ของภาคตะวันออกรองจากจังหวัดระยอง ชลบุรี และปราจีนบุรีตามลำดับ  โดยรายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสาขาการผลิต/อุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่ารวม 226,796 ล้านบาท (ร้อยละ 66.49) ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดฉะเชิงเทรา

  ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ปี 2560  เฉลี่ยต่อคนต่อปีเท่ากับ 427,409 บาท

สถานการณ์ด้านแรงงาน

จังหวัดฉะเชิงเทรา (ข้อมูล ณ ไตรมาส 2 ปี 2563 เมษายน – มิถุนายน) มีผู้อยู่ในวัยทำงาน 686,271 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 442,999 คน  ผู้มีงานทำ 438,424 คน ผู้ว่างงาน 4,575 คน

การมีงานทำ  ผู้มีงานทำในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 438,424 คน คิดเป็นร้อยละ 98.97 ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน ทำงานในภาคเกษตร จำนวน 114,172 คน (ร้อยละ26.04) ทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน 324,252 คน (ร้อยละ 73.96) โดยทำงานในสาขาการผลิตมากที่สุด จำนวน 139,157 คน (ร้อยละ 31.74) รองลงมาคือการขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 65,164 คน (ร้อยละ14.86) และผู้มีงานทำส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน 103,018 คน (ร้อยละ 23.50) รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 92,751 คน (ร้อยละ 21.16)

              การว่างงาน  จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้ว่างงาน จำนวน 4,575 คน (ร้อยละ 1.03) แยกเป็นชาย จำนวน 2,128 คน หญิง จำนวน 2,446 คน

              แรงงานนอกระบบ  (จากข้อมูลปี 2562) พบว่าผู้มีงานทำอยู่ในแรงงานนอกระบบ จำนวน 179,703 คน (ร้อยละ 40.99 ของผู้มีงานทำ) เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่าเป็นแรงงานนอกระบบในภาคการเกษตร ได้แก่ เกษตรกรรม การล่าสัตว์และป่าไม้ จำนวน 76,128 คน (ร้อยละ 42.36) นอกภาคการเกษตร จำนวน 103,575 คน (ร้อยละ 57.64) ส่วนอุตสาหกรรมที่จำนวนแรงงานนอกระบบนอกภาคการเกษตรสูงสุด คือ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ฯ จำนวน 35,606 คน (ร้อยละ 34.38) สำหรับด้านการศึกษาแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา จำนวน 48,493 คน (ร้อยละ 26.99)

            การบริการจัดหางานในประเทศ  ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 (กรกฎาคม – กันยายน) นายจ้าง/สถานประกอบการได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 27,765 อัตรา โดยมีผู้ลงทะเบียนสมัครงาน 687 คน การบรรจุงาน 1,026 คน อัตราการบรรจุงาน ต่อตำแหน่งงานว่าง คิดเป็นร้อยละ 3.70 ส่วนตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษา  ที่ต้องการสูงสุดคือ มัธยมศึกษา มีความต้องการ 12,702 อัตรา (ร้อยละ 45.75) รองลงมาเป็นระดับปวช./ปวส.อนุปริญญา 6,995 อัตรา (ร้อยละ 25.19) และระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า 5,625 อัตรา (ร้อยละ 20.26) ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่มีการบรรจุงานมากที่สุด คือ อาชีพงานพื้นฐาน 18,954 คน          (ร้อยละ 68.27) และอุตสาหกรรม   ที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด คือ การผลิต 15,698 อัตรา (ร้อยละ 56.54)

      การทำงานของคนต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานรวม จำนวน 43,150 คน
จำแนกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

  1. คนต่างด้าวมาตรา 59 คนต่างด้าวเข้าเมืองชั่วคราว ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จำนวน 1,420 คน
    2. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม
    MOU ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาที่เข้ามาทำงานตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต้นทาง จำนวน 19,407 คน
  2. 3. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU มติครม. วันที่ 20 สิงหาคม 2562 (OSS)ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา กลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Perrmit) จำนวน 19,827 คน
  3. คนต่างด้าวมาตรา 62 ประเภทส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520) หรือกฎหมายอื่น ได้แก่ พระราชบัญญัตินิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เช่น นักลงทุน ช่างฝีมือ  ผู้ชำนาญการ จำนวน 1,220 คน
  4. คนต่างด้าวมาตรา 63/1 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาตทำงาน จำนวน 462 คน
  5. 6. คนต่างด้าวมาตรา 63/2 คนต่างด้าวขออนุญาตทำงานตามมติ ครม. วันที่ 4 สิงหาคม 2563 จำนวน 814 คน

         แรงงานไทยในต่างประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2563 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีผู้แจ้งความประสงค์
ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 9 คน เป็นผู้มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน 4 คน (ร้อยละ 44.44) ระดับปริญญาตรี จำนวน    2 คน (ร้อยละ 22.22) ส่วนวิธีการเดินทาง พบว่าไปโดยวิธี Re – Entry จำนวน 8 คน และเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 1 คน โดยไปทำงานในภูมิภาคเอเชียเป็นส่วนใหญ่

         การพัฒนาศักยภาพแรงงาน มีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 366 คน โดยกลุ่มอาชีพที่ฝึกยกระดับฝีมือสูงสุด คือ ช่างเครื่องกล จำนวน 148 คน มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 144 คน รองลงมาธุรกิจและบริการ จำนวน 98 คน มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 98 คน และช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ จำนวน 73 คน มีผู้ผ่านการฝึก จำนวน 71 คน ในส่วนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน จำนวน 29 คน โดยเป็นการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในกลุ่มอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ทั้งหมด    มีผู้ผ่านการทดสอบ จำนวน 20 คน

           การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 58 แห่ง มีลูกจ้างผ่านการตรวจ จำนวน 1,080 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบขนาด 10 – 19 คน จำนวน 26 แห่ง (ร้อยละ 44.83) โดยสถานประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด

การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ได้ดำเนินการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการทั้งสิ้น 79 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจทั้งสิ้น 9,445 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจมากที่สุด คือสถานประกอบการขนาด 100 – 299 คน จำนวน 29 แห่ง (ร้อยละ 36.71) รองลงมาเป็นสถานประกอบการขนาด 10 – 19 คน จำนวน 12 แห่ง (ร้อยละ 15.19) และขนาดสถานประกอบการ 20 – 49 คน รวม 11 แห่ง (ร้อยละ 13.92) โดยสถานประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด

การประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน จังหวัดฉะเชิงเทรามีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องมาจากการทำงาน จำนวน 497 คน โดยประเภทของความร้ายแรงพบส่วนใหญ่จะหยุดงานไม่เกิน 1 วัน จำนวน 342 คน (ร้อยละ68.81) รองลงมาเป็นหยุดงานเกิน 1 วัน จำนวน 155 คน (ร้อยละ 31.19)

การเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการแจ้งข้อเรียกร้อง จำนวน 1 แห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวน 477 คน ซึ่งข้อเรียกร้องยังไม่ยุติ

           การประกันสังคม  พบว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จำนวน 5,512 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 228,996 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล จำนวน 1 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน จำนวน 2 แห่ง

           กองทุนประกันสังคม จังหวัดฉะเชิงเทรามีการใช้บริการของกองทุนประกันสังคมประเภทประโยชน์ทดแทน ทั้งสิ้น 146,007 คน พิจารณาตามประเภทของสิทธิประโยชน์ ซึ่งมี 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีว่างงาน สำหรับประเภทประโยชน์ทดแทนต่างๆที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด 3 ลำดับแรกได้แก่ สงเคราะห์บุตร  มีผู้ประกันตนใช้บริการ 81,432 ราย รองลงมาได้แก่ ว่างงาน 31,668 ราย และเจ็บป่วย 15,951 ราย

           อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรามีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 330 บาทต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

 

…………………………………..

ไฟล์แนบ:

pll_file_nameบทสรุปผู้บริหาร

ขนาด : 317.66 kb
สถิติการดาวน์โหลด : ครั้ง
วันที่สร้าง : 12 พ.ย. 2563
TOP